ไนท์แฟรงค์ จับมือแบงก์กสิกรฯ ชวนเศรษฐีไทยซื้ออสังหาฯในอังกฤษ

เมื่อ 7 เม.ย. 2560 อ่าน 272 ครั้ง

ไนท์แฟรงค์ฯ จับมือธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนา UK Education and UK Properties Investment with Knight Frank


        ไนท์แฟรงค์ จับมือแบงก์กสิกรฯ ดึงเศรษฐีไทยซื้ออสังหาฯ ในอังกฤษ ชูโอกาสดีของนักลงทุนหลัง Brexit ราคาอสังหาฯ วูบ 8-10% แถมค่าเงินปอนด์ลดอีกกว่า 20% แนะรีบซื้อก่อนราคาปรับขึ้น ซื้อให้ลูกพักอาศัย 7-10 ปี เรียนจบขายได้ค่าเทอมคืนแถมกำไร ปี 60 ตั้งเป้าเศรษฐีไทยซื้อ 30 ยูนิต มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
       
       นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนไทยในต่างประเทศว่า มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นโดยจะเน้นการลงทุนในเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ ลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง โตเกียว เป็นต้น ซึ่งมีทั้งอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย อพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก ไปจนถึงอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงแรม โดยเฉพาะในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีความน่าสนใจด้านการลงทุนมากที่สุด จากการเป็นเมืองสถานศึกษาที่สำคัญสำคัญของโลก รวมถึงแหล่งงาน ทำให้มีเศรษฐีไปซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อให้ลูกพักอาศัยขณะเรียนอยู่ที่อังกฤษจำนวนไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการไทยบางรายซื้ออสังหาฯ สะสมมากถึงเกือบ 10,000 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ การลงทุนอสังหาฯ ในอังกฤษ ยังมีความน่าสนใจอย่างมาก หลังจากที่อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ Brexit ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ราคาอสังหาฯ ปรับลดลงมา 8-10% รวมไปถึงค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ ยังลดลงกว่า 20-22% ทำให้ราคาอสังหาฯ ถูกลงไปอีก ซึ่งหากค่าเงินปอนด์กลับไปราคาเดิมก่อน Brexit จะทำให้ผู้ซื้อมีกำไร 20% อีกทั้งยังสามารถต่อรองราคาได้ง่ายกว่าช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย
       
       “ในปีที่ผ่านมา มีเศรษฐีชาวไทยติดต่อขอซื้ออพาร์ตเมนต์ในย่านเคนซิงตัน ซึ่งเจ้าของอพาร์ตเมนต์เสนอขายในราคา 3 ล้านปอนด์ ซึ่งสามารถต่อรองราคาลงมาเหลือเพียง 2.3 ล้านปอนด์ เท่านั้น หรือลดลงมาถึง 20%” 
       
       นายพนม กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมกับไพรเวตแบงกิ้ง ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นฝ่ายงานที่ดูกลุ่มลูกค้าเงินฝาก และหน่วยลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นของธนาคารกสิกรไทย ในการพาลูกค้าดังกล่าวไปซื้ออสังหาฯ ยังประเทศอังกฤษ ซึ่งปีแรกมีลูกค้าซื้อ 12 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 720 ล้านบาท แบ่งเป็น อพาร์ตเมนต์ 9 ยูนิต มูลค่ากว่า 463 ล้านบาท บ้าน 2 ยูนิต มูลค่ากว่า 257 ล้านบาท โดยปี 60 ตั้งเป้าขาย 30 ยูนิต มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
       
       ด้าน นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าเวลท์ แบงก์กิ้ง ที่มีเงินลงทุน หรือเงินฝากกับธนาคารมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ประมาณ 15% จากปัจจุบันที่ธนาคารมีลูกค้ากลุ่มดังกล่าว 10,000 ราย และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 7 แสนล้านบาท โดยกระจายลงทุนทั้งเงินฝาก กองทุน หุ้น และ พันธบัตร ซึ่งยังไม่รวมทรัพย์อื่นๆ เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหากรวมทรัพย์สินอื่นๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มอีก 2-3 เท่า ล่าสุด ได้ร่วมกับบริษัท ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย จำกัด ในการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาฯ และการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ